รวมบทความเกี่ยวกับกีฬาแบตมินตั้น
-
นับแต้มแบดมินตันยังไง? มือใหม่ต้องรู้
1. ทุกครั้งที่ตีโต้จบ = มีแต้ม
แบดมินตันใช้ระบบ Rally Point
ไม่ว่าใครเป็นคนเสิร์ฟ ถ้าชนะลูกนั้น = ได้ 1 แต้ม
ตัวอย่าง:
A เสิร์ฟ → B รับ → A ตีเสีย
B ได้ 1 แต้ม
2. 1 เกม เล่นถึง 21 แต้ม
ใครถึง 21 คะแนนก่อน มีโอกาสชนะเกม
แต่ต้องชนะห่างอย่างน้อย 2 คะแนน
เช่น
21–18 ชนะ
21–20 ยังไม่จบ
22–20 ชนะ
3. ถ้าเสมอ 20–20
ต้องเล่นต่อจนกว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนำ 2 แต้ม
เช่น
22–20
23–21
24–22
4. แต่ถ้าแต้มถึง 29–29
เกมจะไม่เล่นต่อไปเรื่อย ๆ
ใครได้ 30 แต้มก่อน = ชนะเกมทันที
29–29 → ใครได้แต้มต่อไป = 30–29 และชนะ
5. แข่งขันแบบชนะ 2 ใน 3 เกม
การแข่งขันทั่วไปใช้ระบบ Best of 3
ชนะเกมที่ 1 → 1 เกม
ชนะเกมที่ 2 → 2 เกม = ชนะการแข่งขัน
ถ้าเสมอ 1–1 → เล่นเกมที่ 3
ดังนั้น เต็มที่ 3 เกม
แล้ว “เสิร์ฟฝั่งไหน?”
หลักง่าย ๆ คือดู คะแนนของคน/คู่ที่กำลังเสิร์ฟ
คะแนนเป็นเลขคู่ 0, 2, 4, 6...
เสิร์ฟจาก ฝั่งขวา
คะแนนเป็นเลขคี่ 1, 3, 5, 7...
เสิร์ฟจาก ฝั่งซ้าย
จำง่าย ๆ
คู่ = ขวา | คี่ = ซ้าย
ตัวอย่างให้เห็นภาพ
สมมติ A นำ B อยู่ 6–4
A เป็นฝ่ายเสิร์ฟ เพราะ A มีคะแนน 6
คะแนน 6 เป็นเลขคู่
A จึงเสิร์ฟจาก ฝั่งขวา
ถ้า A ชนะลูกต่อไป
7–4
A ยังเป็นฝ่ายเสิร์ฟ
คะแนน 7 เป็นเลขคี่
เปลี่ยนไปเสิร์ฟจาก ฝั่งซ้าย
สรุปแบบจำง่ายมาก
แบดมินตัน =
ทุก Rally มีแต้ม
เกมละ 21 แต้ม
20–20 ต้องนำ 2 แต้ม
29–29 ใครถึง 30 ก่อนชนะ
แข่ง 2 ใน 3 เกม
คะแนนคู่เสิร์ฟขวา / คะแนนคี่เสิร์ฟซ้าย -
กริปไม้เทนนิส/แบด/Pickleball หนาไปหรือบางไป มีผลต่อแขนจริงไหม?
กริปบางเกินไป → มีโอกาสเพิ่มภาระที่แขน
เมื่อกริปเล็กเกินไป มือจะต้อง กำแน่นขึ้นเพื่อควบคุมไม้ไม่ให้หมุนหรือหลุดมือ โดยเฉพาะตอนตีแรง ๆ หรือรับลูกหนัก ๆ
ผลที่ตามมาอาจเป็น
กริปเล็กเกินไป
→ ต้องบีบมือแน่น
→ กล้ามเนื้อปลายแขนทำงานมากขึ้น
→ รับแรงสั่นสะเทือน/แรงกระแทกมากขึ้นในความรู้สึก
→ ถ้าเล่นหนักและเทคนิคไม่ดี อาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการปวดข้อศอกได้
Tennis Elbow เกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย เช่น ปริมาณการเล่น, เทคนิค, น้ำหนัก/บาลานซ์ไม้, ความตึงเอ็น, ความแข็งของเอ็นและเฟรม และสภาพร่างกายด้วย
-----------------------------------------------------
แล้วควรพันกริป “หนา” หรือ “บาง”?
คำตอบที่ถูกต้องคือ “พอดีมือ” ดีกว่าหนาหรือบาง
ไม่ควรคิดว่า ยิ่งหนายิ่งลดแรงสั่นสะเทือนและป้องกัน Tennis Elbow เพราะถ้าหนามากเกินไปก็มีปัญหาได้
ถ้ากริปเล็กเกินไป
แนะนำ เพิ่ม Overgrip 1 ชั้นก่อน
ข้อดี:
เพิ่มขนาดด้ามเล็กน้อย
เพิ่มความนุ่ม
ช่วยให้จับได้เต็มมือขึ้น
ลดความจำเป็นในการบีบด้ามแน่นเกินไป
ถ้ายังเล็กอยู่ อาจเพิ่มอีกชั้น แต่ ไม่ควรพันจนด้ามใหญ่เกินมือ
ถ้ากริปพอดีอยู่แล้ว
ไม่จำเป็นต้องเพิ่มความหนาเพียงเพราะกลัว Tennis Elbow
ใช้ Overgrip บาง ๆ เพื่อเรื่อง:
การดูดซับเหงื่อ
ความหนึบ
ความรู้สึกในการจับ
ก็เพียงพอ
ถ้ากริปใหญ่เกินไป
อันนี้ก็ไม่ดี
เพราะอาจทำให้:
เปลี่ยนการทำงานของข้อมือ
จับไม้ไม่สบาย
เคลื่อนข้อมือ/ปลายแขนได้ไม่เป็นธรรมชาติ
เมื่อยมือและปลายแขน
-----------------------------------------------------
แล้ว Tennis / Badminton / Pickleball เหมือนกันไหม?
หลักการเหมือนกัน แต่ความรู้สึกและความต้องการต่างกัน
กีฬา Tennis
ถ้ากริปเล็กเกินไป - ต้องกำแน่น ควบคุมหัวไม้ยาก
แนวทาง - เพิ่มขนาดให้พอดีมือ
กีฬา Badminton
ถ้ากริปเล็กเกินไป - มีผลต่อการเปลี่ยนหน้าไม้และการใช้ข้อมือค่อนข้างชัด
แนวทาง - ไม่ควรหนาจนจับ/เปลี่ยนกริปช้า
Pickleball
ถ้ากริปเล็กเกินไป - ต้องควบคุมหน้า Paddle และข้อมือ
แนวทาง - เน้นความกระชับ + ไม่บีบแน่นเกินไป
-----------------------------------------------------
“รู้สึกว่าด้ามเล็ก จับแล้วต้องเกร็งมือ”
แนะนำ เพิ่ม Overgrip 1 ชั้น แล้วลองตี
ถ้ายังรู้สึกเล็ก → เพิ่มอีกเล็กน้อย
แต่ถ้าพันแล้วรู้สึกว่า ต้องกางนิ้ว / จับไม่เต็ม / ข้อมือเคลื่อนยาก / มือเมื่อย
แปลว่าอาจหนาเกินไป
-----------------------------------------------------
การเพิ่มกริปไม่ได้หมายความว่าจะลดแรงสั่นสะเทือนที่เข้าสู่ข้อศอกได้อย่างมีนัยสำคัญเสมอไป
กริปที่หนาขึ้นและนุ่มขึ้นอาจทำให้ “รู้สึกสั่นน้อยลง” เพราะวัสดุช่วยซับแรงบางส่วน แต่ต้นเหตุของแรงที่ส่งผ่านระบบไม้–เอ็น–แขนยังมีปัจจัยอื่นอีกมาก
ถ้าลูกค้ามีอาการ Tennis Elbow จริง ๆ การแก้แค่กริปอย่างเดียว ไม่พอ
ต้องดูทั้ง ขนาดกริป + น้ำหนักไม้ + Balance + ความแข็งเฟรม + ชนิดเอ็น + tension + เทคนิคการตี + ปริมาณการเล่น
#แบดมินตันSOTX #SOTX #pingponghouse #ร้านปิงปองเฮาส์ #Diadem
#TennisDiadem #PickleballDiadem



